เด็กไทยสมัยนี้อ่านหนังสือกันน้อยลง
เหตุผลเพราะปัจจุบันวัฒนธรรมการอ่านของเด็กถูกบดบังด้วยสื่อเทคโนโลยีที่ให้ความบันเทิงแบบฉาบฉวยมากจนเกินไป
สื่อเหล่านั้น ได้แก่ สื่อทางโทรทัศน์
โทรศัพท์มือถือ และสื่ออินเตอร์เน็ต เป็นต้น
เมื่อมีสิ่งเหล่านี้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น
ก็จะทำให้เด็กให้ความสนใจกับสิ่งเหล่านี้มากขึ้น อาจเป็นเพราะเป็นสื่อที่ง่ายต่อความเข้าใจและให้ความรวดเร็ว
จนทำให้เด็กซึมซับสิ่งที่ได้เสพเข้าไปได้ง่ายแต่ขาดการพิจารณญาณ
ขาดการแยกแยะว่าสิ่งที่เสพไปนั้น ดีหรือไม่อย่างไร
ความก้าวหน้าของสื่อและเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้คนเราสบายขึ้นและมีความอดทนน้อยลงแต่ก่อนการถ่ายทอดความรู้เป็นไปโดยการลอกให้จำ
หลังจากเริ่มมีหนังสือกว่าจะมีหนังสือสักเล่มต้องทำกระดาษทำหมึกกันเอง
หาคนที่ลายมือดีมาเขียน หนังสือจึงมีค่ามาก แต่ในปัจจุบันทุกอย่างเราซื้อได้หมดทำให้คุณค่าของหนังสือลดลงเพราะได้มาง่ายแถมมีสื่อต่างๆ เพิ่มขึ้นอีก
เช่น ทีวี วิทยุ ตู้เย็น ที่คนสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้สนุกสนานกว่าการอ่านหนังสือ
แต่จริงแล้วการอ่านหนังสือเป็นการเสริมสร้างจินตานาการให้กับผู้อ่านค่ะ
วันนี้ดรีมมีหนังสือเรื่องหนึ่งอยากจะนำเสนอผู้อ่านมากค่ะ
เป็นหนังสือนิยายแต่แฝงไว้ด้วยความรู้และการสะท้อนสังคมของเราในปัจจุบันมาก
ถึงแม้ว่าหนังสือนิยายจะให้ความบันเทิงเป็นหลักแต่ก็ไม่ขาดเรื่องคุณธรรม
จริยธรรมที่ถูกถ่ายทอดจากตัวอักษรออกมาสู่ผู้อ่านกันนะคะ โดยส่วนตัวดรีมเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือนิยายมากค่ะ
จำได้ว่าตอนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลังจากได้ที่เรียนแล้วดรีมอ่านหนังสือนิยายวันหนึ่งอย่างต่ำๆ
3 เล่มแต่ละเล่มนั้นมีจำนวนหน้า 400
กว่าหน้าขึ้นไปทั้งนั้นค่ะ
อ่านแล้ววางไม่ค่อยจะได้อยากรู้เรื่องราวว่าจะเป็นอย่างไรต่อ
ตอนเด็กๆ คุณพ่อกับคุณแม่ของดรีมท่านอยากให้ดรีมอ่านหนังสือมากๆ
ต้องการฝึกให้ดรีมรักการอ่านท่านบอกกับดรีมว่าหาหนังสือที่สนใจที่อยากอ่าน
อะไรก็ได้ แล้วดรีมก็เริ่มที่จะหยิบหนังสือการ์ตูนที่มีภาพมีสีสันสวยงามขึ้นมาก่อนเป็นเล่มแรกๆ
ต่อมาเมื่อโตขึ้นตามวัยจึงเปลี่ยนหนังสือไปเรื่อยๆ จนมาหยุดที่หนังสือจำพวกนิยายเนี่ยแหละค่ะที่ชอบอ่านมากและสามารถอยู่กับหนังสือเหล่านี้ได้ทั้งวันทั้งคืน
เหมือนกับว่าเราได้หลุดเข้าไปอยู่ในนิยายเรื่องนั้นๆ ด้วยได้เป็นหนึ่งในตัวละครเรื่องนั้น หนังสือที่ดรีมจะนำเสนอคุณผู้อ่านทุกท่านต่อไปนี้
ดรีมอ่านมานานมากแล้วค่ะชื่อเรื่องพอจำได้ลางๆ ว่า ยัยอ้วนเจ้าเสน่ห์
ดรีมยืมมาจากสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ต้องขอประทานโทษทุกท่านด้วยนะคะที่ดรีมจำชื่อตัวละครของเรื่องไม่ได้
แต่ดรีมพอจำพล็อตเรื่องได้ค่ะ
สิ่งที่ดรีมประทับใจในหนังสือ
ยัยอ้วนเจ้าเสน่ห์ คือ เป็นเรื่องที่สะท้อนภาพสังคมในปัจจุบันได้ดีค่ะ
เนื้อเรื่องคือนางเอกของเรื่องเป็นผู้หญิงที่อ้วนมาก แต่เธอมีความสามารถหลายอย่าง
เก่ง ฉลาด ชาติตระกูลดี ฐานะดี และหน้าตาผิวพรรณจัดว่าสวยคนหนึ่ง
แต่ติดตรงที่ว่าเธออ้วนมากค่ะ นี่คือเหตุผลที่เธอไม่มีคู่ครอง
พ่อและแม่ถึงเธอจึงจับคลุมถุงชนกับลูกชายเพื่อนรัก ซึ่งก็คือพระเอกของเรานั่นเองค่ะ
แต่ทว่าพระเอกของเรื่องนี้เป็นคนที่กลัวคนอ้วนมาก
เพราะตอนเด็กๆ มีเรื่องฝังใจกับพี่เลี้ยงของเขาคือเขาถูกพี่เลี้ยงที่เป็นหญิงสาวร่างอ้วนทับเกือบตายมาแล้วจึงทำให้เขากลายเป็นคนที่กลัวคนอ้วนมาก
แล้วพอได้รู้เรื่องแผนการของพ่อๆ แม่ๆ ทั้งหลาย เขาก็ยิ่งอยากหนีเพราะเกลียดคนอ้วน
ทางฝ่ายหญิงทุกคนไม่มีใครรู้ว่าทำไมเขาถึงได้กลัวนางเอก ทางฝ่ายนางเอกจึงมองว่าเขามองคนที่ภายนอก
ไม่ต่างอะไรกับผู้ชายคนอื่นๆ ทั้งที่พ่อและแม่ฝ่ายพระเอกต่างก็ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าลูกตนเองนิสัยดี
มองโลกในแง่ดี เป็นคนดี
เรื่องราวก็ได้ดำเนินไปแบบเข้าใจผิดกันว่าพระเอกรังเกียจนางเอกเพราะนางเอกอ้วน
แต่ก็เหมือนโชคชะตาจะเล่นตลก ยิ่งเกลียดยิ่งเจอทำให้ทั้งสองคนรู้จักกันมากขึ้น
มองกันในมุมใหม่ๆ เห็นตัวตนที่แท้จริงที่ทั้งสองคนต่างเป็นคนมีเมตตา จิตใจดี
มีน้ำใจต่อเด็ก คนชรา และเพื่อนมนุษย์ทั้งหลายด้วยกันตลอดจนสัตว์ต่างๆ
ทำให้ทั้งสองตกหลุมรักกันและกัน
นางเอกจึงตั้งใจจะลดน้ำหนักเพื่อที่พระเอกจะได้ไม่ต้องกลัวการอยู่ใกล้ๆ ตนเองเผื่อจะรักตนบ้างโดยการออกกำลังกายอย่างหนัก
จนสามารถลดน้ำหนักลงได้
และพระเอกก็พยายามอยู่ใกล้คนอ้วนมากขึ้นทำให้ความกลัวต่างๆ ค่อยๆ หายไป
สุดท้ายถึงแม้ว่านางเอกจะไม่ได้หุ่นดีแต่น้ำหนักก็ลดลงมากกลายเป็นแค่สาวอวบอิ่มมีน้ำมีนวล
พระเอกก็หายกลัวคนอ้วน ทั้งสองจึงคบหาดูใจกัน
กว่าจะมาลงเอยกันได้ก็ต้องผ่านอุปสรรคต่างๆ มากมาย
หนังสือเล่มนี้แสดงให้เห็นว่าการมองคนควรมองที่จิตใจ คนเราทุกคนล้วนมีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย อยู่ที่ว่าเราจะแสดงส่วนใดออกมาแสดงกับใคร
และที่สำคัญหนังสือเล่มนี้ดรีมอ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจทำให้ดรีมอยากลดน้ำหนักบ้างค่ะ
อย่าเพิ่งคิดว่าดรีมจะอ้วนเท่านางเอกนะคะ ดรีมเพียงแค่อวบๆ ระยะหลังๆ นิดหน่อยค่ะ 555 ดรีมเห็นนางเอกมีความมุ่งมั่นตั้งใจจะลดน้ำหนักเพื่อพระเอก
และเพื่อสุขภาพที่ดีของตนเอง โดยการออกกำลังกายและหาแรงบันดาลใจต่างๆ ไปเรื่อยๆ
เราสามารถนำแรงบันดาลใจของนางเอกมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆของเราได้ค่ะ
ลองคิดดูสิคะว่าภาพที่เราจินตนาการในหนังสือนิยายที่เราอ่านกับเมื่อตอนเป็นหนังเหมือนกันการที่เราดูภาพยนตร์ก็เหมือนการดูจินตนาการของคนอื่นได้แต่ชื่นชมแต่ไม่ได้ฝึกความคิดสร้างสรรค์ของเราเอง
สิ่งที่ดีที่สุดก็ควรจะทั้งอ่านและดู รวมถึงการคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่นด้วย
แล้วก็อย่าลืมจดอะไรดีๆ ที่เกิดขึ้นในหัวสมองเราไว้ สมกับ หัวใจนักปราชญ์ที่ว่า
สุ. จิ. ปุ. ลิ. กันด้วยนะคะ :)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น