วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

ONLINE EXHIBITIONS... พิธีจองเปรียง

          สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน เคยได้ยินคำว่า นิทรรศการออนไลน์ หรือ ONLINE EXHIBITIONS กันบ้างไหมคะ ?

          วันนี้ดรีมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับนิทรรศการออนไลน์ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ภายในเว็บไซต์จะมีนิทรรศการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 จนถึง พ.ศ. 2556 เลยทีเดียวค่ะ การจัดแสดงในแต่ละปีก็จะแตกต่างกันออกไป

                โดยปี พ.ศ. 2556 ขณะนี้ได้จัดแสดงนิทรรศการ 3 หมวด ได้แก่

หมวดที่ 1 เทิดทูนสถาบัน เรื่องที่จัดแสดง ได้แก่
·       สิกขมหาราชินี
·       ปริ๊นซ์ดำรง มันสมองของสยามประเทศ
·       สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7
·       ช้างเผือกคู่พระบารมี

หมวดที่ 2 นนทบุรีศึกษา
·       เตามอญ
·       ค่ายญี่ปุ่นบางบัวทอง

หมวดที่ 3 นานาสาระ
·       แผ่นดินนี้ บางกอก
·       โฉลกดี สีภูษา
·       ปู้น ปู้น ที่บางบัวทอง
·       วัฒนธรรมข้าว
·       ช้างมงคล
·       สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์
·       เรือพระราชพิธี
·       แม่น้ำเจ้าพระยา
·       นางนพมาศและพิธีจองเปรียง

·       มอญขวาง

          ดรีมขอพาคุณผู้อ่านเข้าไปชมนิทรรศการออนไลน์เรื่อง นางนพมาศและพิธีจองเปรียง ในหมวดนานาสาระกันนะคะ พิธีจองเปรียงคืออะไรนะ?


          เพียงแค่คลิ๊กเลือกเรื่องที่เราสนใจอยากเข้าชม ก็จะขึ้นหน้าต่างของเรื่องนั้นขึ้นมาแล้วล่ะค่ะ ตอนนี้ดรีมอยู่หน้าแรกของเรื่อง นางนพมาศและพิธีจองเปรียง เปิดเข้ามาแล้วก็ต๊กกะใจค่ะ ต้อนรับด้วยเพลง ลอยกระทงกันก่อนเลย จากนั้นเราก็คลิ๊กที่ เข้าเว็บไซต์ค่ะ จะปรากฎหน้าตาแบบนี้ขึ้นมา

จะมีสารบัญให้เลือกเข้าชมได้ตามความสนใจค่ะ สนใจเรื่องไหนก่อนก็คลิ๊กเข้าไปชมกันได้เลย ได้แก่
  • นางนพมาศ ตัวตนจริงหรือตัวละคร
  • นางนพมาศคือใคร
  • พิธีจองเปรียง (ลอยกระทง)
  • สุโขทัยเมืองอารยธรรม
  •  ศรีอยุธยาสมัยกาลพิธีจองเปรียง
  • รัตนโกสินทร์สืบประเพณีศรีอยุธยา
  • ท้ายเรื่อง
  • บรรณานุกรม

          เมื่อชมนิทรรศการออนไลน์จบแล้วหากยังไม่เข้าใจท่านผู้ชมก็สามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งมีลิงค์ห้องสมุดอยู่ด้านล่างของหน้าหลัก คลิ๊กเข้าไปที่คำว่า Library ก็จะเข้าสู่เว็บไซต์ห้องสมุดค่ะ ดังในรูปค่ะ


          นิทรรศการออนไลน์ที่ดรีมนำมาเสนอคุณผู้อ่านทุกท่านน่าสนใจใช่ไหมละคะ นอกจากจะไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปให้ถึงสถานที่จัดงาน ประหยัดทั้งเงินประหยัดทั้งเวลา แถมยังเลือกรับชมได้หลากหลายนิทรรศการเพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตแล้วเข้าสู่เว็บไซต์ http://library.stou.ac.th/odi/online/index.html ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ หากต้องการเข้าชมนิทรรศการก็สามารถเข้าชมได้ทันทีค่ะ อย่าลืมเข้าไปเยี่ยมชมกันเยอะ ๆ นะคะ ^^

ขอขอบคุณนิทรรศการออนไลน์ดีๆ
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช http://library.stou.ac.th/odi/online/index.html


วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

Techno Showcase ก้าวล้ำนำการศึกษา >> มีดีต้องโชว์


          งาน Techno Showcase ก้าวล้ำนำการศึกษา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 สิงหาคม 2556 ชั้น 1 อาคารนวัตกรรม ศาสตราจารย์ดร.สาโรช บัวศรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยนิสิตชั้นปี 4 คณะศึกษาศาสตร์ เอกเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา มีการจัดแสดงทั้งหมด 8 บูท ได้แก่ 1. AWAY SO FAR (การศึกษาทางไกล) 2. DO YOU HEAR ME ? (วิทยุเพื่อการศึกษา) 3. READ ME PLEASE (สื่อสิ่งพิมพ์เพื่อการศึกษา) 4. SEE SNAP (ภาพถ่ายเพื่อการศึกษา) 5. NOW YOU SEE ME (โทรทัศน์เพื่อการศึกษา) 6. X- PLORING TECH FOR FUN (เกมส์เพื่อการศึกษา) 7. TECH FOR TEACH (สื่อการสอนเพื่อการศึกษา) 8. AROUND THE WORLD (โซเชียลกับการศึกษา)

การเตรียมงาน

          เพื่อน ๆ ทุกคนภายในเอกต่างตั้งใจกันทำงานมากเลยค่ะ มีการเรียกประชุมร่วมกันระหว่างอาจารย์นัทธีรัตน์และหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ รวมถึงสมาชิกในฝ่ายต่างอยู่เสมอ เมื่อใครมีแนวคิดดี ๆ ก็ช่วยกันเสนอความคิดเห็น การเตรียมงานของเราไม่ใช่แค่วันสองวัน แต่เราใช้เวลาเกือบ 2 เดือนในการเตรียมงานกันมา จนมาถึงวันก่อนงานจริงจะเริ่ม วันที่นิสิตชั้นปี 4 ทุกคนต้องช่วยกันจัดตกแต่งบูทของตนเองให้พร้อมเปิดงาน ตั้งแต่การยกของ การตกแต่งบูท รวมไปถึงการนอนเฝ้าบูทเพราะกลัวของมีค่าสูญหาย เช่น Mac โทรทัศน์ เป็นต้น อ้อ!! ลืมบอกคุณผู้อ่านไปค่ะว่าในงานนี้ดรีมได้อยู่บูท Do You Hear Me? เป็นบูทของวิทยุเพื่อการศึกษา จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวิทยุจนเกิดเป็นวิทยุเพื่อการศึกษาของประเทศไทยที่ครอบคลุมตามจังหวัดต่าง ๆ และยังมีการจำลองห้องอัดรายการมาไว้ในบูท อุปกรณ์ได้แก่ Mac มิกเซอร์ ไมค์ และลำโพง ทำให้ต้องมีคนเฝ้าบูทป้องกันมิให้ของสูญหาย ต้องขอบอกเลยค่ะว่าเพื่อนที่นอนเฝ้าบูทชื่อ บิว เป็นคนที่มีความอดทน มีน้ำใจ และตั้งใจทำงานมาก แต่เพื่อน ๆ คนอื่นในบูทของเราเช่น พิงกี้ และแบงค์ต่างก็ทำหน้าที่ของตนที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี

วันงาน Techno Showcase ก้าวล้ำนำการศึกษา (วันที่ 15-16 สิงหาคม 2556)

          ในวันงานคงต้องขอบอกว่าเป็นอะไรที่คนเยอะมากกก... ตอนแรกคิดว่าผู้เข้าชมคงสนใจแค่แสตมป์หมวด 2 ที่จะได้จากการร่วมงาน แต่ความจริงแล้วการได้แสตมป์หมวด 2 เป็นแค่ผลพลอยได้สำหรับผู้ร่วมงานส่วนมากค่ะ มีนิสิตส่วนหนึ่งที่เดินเข้ามาในงานนี้โดยที่พวกเขาปฏิเสธแสตมป์หมวด 2 ค่ะ เหตุผลเพราะอยากรู้ว่าภาควิชาได้เรียนอะไร มีอะไรมานำเสนอ พร้อมทั้งอยากได้ความรู้







          บูท Do You Hear Me ของเราได้ต้อนรับผู้เข้าชมจำนวนไม่น้อยเลยค่ะ ภายในบูทดรีมได้ทำหน้าที่ต้อนรับ ให้ความรู้ภายในบูท และแจกแสตมป์ให้ผู้เข้าชม บูทของดรีมเป็นบูทแรกที่ใครเข้ามาในงานนี้แล้วไม่เห็นไม่ได้เพราะอยู่ด้านหลังจุดลงทะเบียนเข้าชมงาน นิสิตจากต่างคณะเข้ามาที่บูทเพื่ออยากจะขอทดลองอัดรายการ อยากเป็นดีเจ หรือบางคนบอกอยากร้องเพลง พวกเราบูท Do You Hear Me ก็จัดให้ได้เลยค่ะ เรียกได้ว่าเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมาก



          มีน้องนิสิตคณะสังคมศึกษา 2 คนเดินเข้ามาที่บูทแล้วขอเล่นมิกเซอร์ค่ะ น้องเค้าบอกว่าชอบมากเลย แต่เค้าไม่เคยมีโอกาสได้จับต้องของจริง วันนี้พี่ ๆ มาเปิดบูทแล้วผมขอเข้าไปเล่นหน่อยได้ไหมครับ ดรีมและเพื่อน ๆ จึงให้น้องได้เข้ามาลองเล่นดู ระหว่างนั้นน้องเค้าก็ได้ถามว่าใช้อย่างไร แต่พวกเราตอบได้เพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้นเพราะไม่ค่อยได้เข้าไปใช้งานเท่าไหร่ จะบอกว่าอายไหมที่ตอบไม่ได้ ก็มีบ้างค่ะแต่น้องเค้าก็บอกว่าน้องเค้าอยากมิกซ์เสียงเพลงเหมือนโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ที่เค้าเคยเล่นมาแล้วเปิดตามเว็บไซต์ต่าง ๆ เมื่อเล่นเสร็จน้องทั้ง 2 ก็มาขอบคุณพวกเรา แล้วสักพักก็มีน้องนิสิตกลุ่มหนึ่งเข้ามาถามเกี่ยวกับหลักสูตรที่ภาควิชาเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษาเปิดสอน และพวกเราได้เรียนอะไร เรียนอย่างไรกันไปค่ะ น้องนิสิตเค้าบอกว่างานนี้ทำให้เค้ารู้ตัวว่าชอบอะไร อยากเรียนอะไร แต่มาถึงตอนนี้คงสายไปแล้วถ้าเค้าจะเข้ามาเรียนในภาควิชาเรา (พร้อมกับทำหน้าเศร้า) ความรู้สึกของดรีมในตอนนั้นอยากจะบอกท่านผู้อ่านมากเลยค่ะว่าภูมิ ใจมากที่ได้เข้ามาเรียนที่ภาควิชาเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา ตอนแรกนั้นดรีมก็แค่รู้สึกว่าเรียนอะไรไปแค่เพียงผิวเผินแต่พอมาถึงจุดนี้บอกได้เลยว่า "เทคโนฯเราไม่ใช่ขี้ๆ" เราสามารถทำอะไรได้มากมายหลายอย่างเลยล่ะ

หลังจบงาน

สมาชิก Do You Hear Me? และอาจารย์นัทธีรัตน์

       เมื่อทำการปิดงาน Techno Showcase แล้วสมาชิกทุกบูทต่างก็ช่วยกันเก็บของภายในบูทกันอย่างขะมักเขม้น เมื่อเก็บของบูทตัวเองเสร็จก็มีการช่วยเหลือบูทอื่น ๆ ที่ยังไม่เสร็จ ตลอดจนการช่วยกันขนข้าวของกลับไปไว้ที่เดิม การเก็บขยะเพื่อเคลียพื้นที่ก่อนส่งคืนทางมหาวิทยาลัย ได้เห็นภาพที่เพื่อนทุกคนช่วยกันทำงานเท่านั้นยังไม่พอนะคะ อาจารย์นัทธีรัตน์และอาจารย์รัฐพลยังลงมาช่วยนิสิตเก็บของอย่างขยันเลยค่ะ เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก เมื่อภาระงานเสร็จสิ้นแล้วก็มีการประชุมสรุปงานทั้งหมด ฝ่ายต่าง ๆ ทั้งสิ่งที่ได้พบเจอ ปัญหา เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และก่อนแยกย้ายกันกลับบ้านยังได้มีการถ่ายรูปร่วมกันไว้เป็นที่ระลึก ต้องขอบอกเลยค่ะว่าท่าสุดฮิตตอนนี้ที่ใครถ่ายรูปไม่ทำไม่ได้แล้วคงหนีไม่พ้น "ท่าเจนี่" อีกแล้วละค่ะ


          เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับงาน Techno Showcase ของเราในปี 2556 งานนี้ถือได้ว่าเป็นงานประกาศศักยภาพของภาคเทคโนฯเราทีเดียวค่ะ [มีดีต้องโชว์] เพราะงานนี้ได้นำเสนอสิ่งที่เราได้เรียนมา ได้รับความสนใจจากผู้มาร่วมงานเป็นอย่างล้นหลาม หากท่านใดที่พลาดโอกาสครั้งนี้ไปไม่ต้องเสียใจนะคะ ทางภาควิชาเทคโนฯคาดว่าปีหน้าและปีต่อ ๆ ไปก็ยังคงจะจัดงานนี้อีกแน่นอนค่ะ แล้วมากันให้ได้นะค๊า ^______^

วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

เฉพาะกิจออนทัวร์ @พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศไทย


          หลายๆ คนคงจะคุ้นเคยกับ "คุณชายรณพีร์" แห่งละคร "สุภาพบุรุษจุฑาเทพ" กันใช่ไหมคะ วันนี้ดรีมได้มีโอกาสไปตามรอยชายพีร์ ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศไทย ส่วนหนึ่งของสถานที่ในการถ่ายทำละคร ขอบอกว่ารู้สึกตื่นเต้นมากเลยค่ะ ตั้งแต่ก้าวแรกที่ก้าวเข้าไป พี่ ๆ เจ้าหน้าที่เป็นกันเอง และใจดีมาก เมื่อยืนหนังสือขออนุญาตถ่ายภาพเคลื่อนไหวภายในบริเวณพิพิธภัณฑ์เสร็จพี่ๆ ก็ได้ปล่อยให้ได้เข้าไปศึกษาดูเครื่องบินในสถานที่จัดแสดงภายใน อาคารจัดแสดงมีทั้งหมด 5 อาคาร แต่เนื่องจากในขณะนี้ทางพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศไทยกำลังปรับปรุงซ่อมแซมอาคาร 3 ทำให้ไม่สามารถเข้าชมได้ และส่วนจัดแสดงภายนอกอาคาร

การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2495

          เนื่องด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2495 ให้กระทรวงกลาโหมจัดตั้งพิพิธภัณฑ์การทหาร (Military Museum) ของทั้ง 3 กองทัพขึ้น เพื่อจัดเป็นประวัติศาสตร์และแสดงวิวัฒนาการในทางการทหารของประเทศไทยในอดีต และปัจจุบัน จึงได้ออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาจัดตั้งพิพิธภัณฑ์การทหารเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ให้เป็นผลสมความมุ่งหมาย ลงวันที่ 26 กันยายน 2495
สถานที่ตั้งอาคารพิพิธภัณฑ์ครั้งแรก
          พ.ศ.2495 ในครั้งแรกได้ใช้โรงงานช่างอากาศที่ 3 (โรงงานการซ่อม ชอ.โรงสังกะสีแบบแฮงการ์) ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกของสนามบินดอนเมือง เป็นสถานที่ตั้งแสดงพัสดุพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว ในขณะเดียวกัน ทางกระทรวงกลาโหม มีความประสงค์ที่จะจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ทหาร เพื่อประโยชน์ในการศึกษา พ.ศ.2512 ด้วยกองทัพอากาศมีความจำเป็นต้องมอบพื้นที่บริเวณที่ตั้งอาคารพิพิธภัณฑ์เดิม (โรงงานกรมช่างอากาศที่ 3) ให้ใช้ประโยชน์ในกิจการบินพาณิชย์ กองทัพอากาศจึงได้พิจารณาสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ใหม่และได้ทำพิธีเปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2512 ได้เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ส่วนจัดแสดงภายในอาคาร

อาคาร 1

          แบ่งออกเป็นสองด้าน ด้านซ้ายประกอบไปด้วยเครื่องบินรบแบบต่างๆที่เคยประจำการในกองทัพอากาศ อากาศยานที่ออกแบบและสร้างโดยคนไทย จัดแสดงประวัติการบินของไทย และนิทรรศการ 100 ปี การบินบุพการีทหารอากาศนอกจากนั้นยังมีเครื่องบินประเภทต่างๆ อาทิ เครื่องบินนิเออปอร์ต เครื่องบินเบรเกต์ 3 เครื่องบินใบพัดคอร์แซร์ เครื่องบินฮอร์ค 3 ฯ ขณะที่ส่วนด้านขวาคือส่วนที่จัดแสดงเครื่องบินรบสมรรถนะสูง เราจะมีโอกาสได้เห็นเครื่องบินรบระดับท็อปรูปทรงสวยงามมาก นอกจากนั้นยังมีการจัดแสดงแสง สี เสียง เดอะเจทไฟท์เตอร์วันละ 7 รอบ เริ่มตั้งแต่ 09:00 ไปจนถึงรอบสุดท้าย 15:30





อาคาร 2

          จัดแสดงอากาศยานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ พบกับเครื่องบินทิ้งระเบิด บริพัตรซึ่งเป็นเครื่องบินแบบแรกที่คนไทยออกแบบและสร้างเอง รวมทั้งมีห้องสมุดประวัติศาสตร์ด้านการบิน



อาคาร 3 เป็นอาคารซ่อมบำรุง ยังไม่เปิดให้เข้าชม

อาคาร 4

          จัดแสดงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบิน เครื่องแบบทหารอากาศในอดีตและปัจจุบัน มีห้องปรับบรรยากาศความกดดันต่ำ (Hypobaric Chamber) ที่จะจำลองสภาพบรรยากาศความกดดันต่ำเพื่อการศึกษา


อาคาร 5

          จัดแสดงเฮลิคอปเตอร์แบบต่างๆ อาทิ เฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ 212 ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง


ส่วนจัดแสดงภายนอกอาคาร

          เครื่องบินที่จอดอยู่ข้างนอกอาคารมีทั้งด้านที่จอดรถด้านหน้าและด้านหลังอาคาร โดยเฉพาะเครื่องบินขนาดใหญ่ด้านหลังซึ่งเป็นเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 4 (Fairchild C-123B Provider) ที่เข้าไปชมภายในได้ นอกจากนั้นยังมีเครื่องบินแบบต่างๆอีกมากมาย อาทิ  เครื่องบินชิปมังค์  (Chipmunk) เครื่องบิน C-123B  เครื่องบิน Beachcraft เครื่องบิน บ.ข. 16 (F-84G Thunderjet) เครื่องบิน บ.ข. 17 (F-86F Sabrejet) เครื่องบิน บ.ข. 17 ก (F-86L Sabre) เครื่องบิน บ.ข. 18 (Northrop F-5A Freedom Fighter) เครื่องบิน บ.ข. 18 ข (F-5E Tiger 2) เป็นต้น






          เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ นี่เป็นแค่ภาพบรรยากาศส่วนหนึ่งในการถ่ายทำรายการเฉพาะกิจออนทัวร์ของเรานะคะ น่าสนใจกันใช่ไหมละคะ  ดรีมอยากจะบอกว่าวันนี้สนุกมากเลยค่ะที่ได้มาที่นี่นอกจากได้ความรู้ ความสนุกสนาน จากสถานที่แล้ว การทำงานกลุ่มในวันนี้ทำได้ทำเรารู้สึกดีมากค่ะ เพื่อน ๆ ทุกคนเป็นมีความรับผิดชอบกันมากตั้งแต่การเตรียมการก่อนถ่ายทำ การถ่ายทำ การตัดต่อรายการจนเสร็จสมบูรณ์ถึงแม้ว่ามีปัญหาบ้างเล็กน้อยแต่พวกเราก็สามารถแก้ไขปัญหากันได้เป็นอย่างดี เกิดความสามัคคีกัน สามารถแบ่งหน้าที่กัน และปฏิบัติงานที่ตนได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี










          ถ้ามีโอกาสดรีมอยากแนะนำให้คุณผู้อ่านทุกท่านลองไปที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศดูนะคะ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจมากเลยค่ะ จะมีพิพิธภัณฑ์สักกี่ทีกันที่เปิดให้เราได้จับต้องสิ่งของที่จัดแสดง สามารถที่จะเข้าไปจับต้อง นั่ง เล่น ถ่ายรูป และอยู่ไม่ไกลด้วยค่ะแต่จะดีมากเลยนะคะถ้าได้ติดต่อให้มีเจ้าหน้าที่บรรยายด้วยเพราะเครื่องบินแต่ละลำ มีเรื่องราวที่สนุกและน่าประทับใจ บางเรื่องราวก็ทำให้คนไทยภูมิใจในกองทัพอากาศไทยของเราค่ะ หากท่านใดสนใจนะคะสามารถไปชมพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศได้ ณ กองประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทร : 0-2534-1853

เปิดทุกวัน เว้นวันหยุดราชการ 08.00-16.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม
หรือทาง http://www.rtaf.mi.th/museum/